วันอังคารที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้

ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้

ลักษณะเด่น
ข้าวเปลือกมีสีฟาง เมล็ดข้าวยาว เรียว และเมล็ดข้าวไม่มีหางข้าว เมล็ดข้าวที่ผ่านการสีแล้ว จะมีความเลื่อมมันจมูกข้าวเล็ก เมื่อหุงจะมีกลิ่นหอมนุ่ม
คุณค่าทางโภชนาการ
  • มีอมิโลส ร้อยละ 14 – 16
  • มีความหอมที่เกิดจากสารระเหย 2 acetyl 1 pyroline (2AP) ทำให้เมื่อรับประทานจะรู้สึกหอมกว่าข้าวสายพันธุ์อื่น
พื้นที่การผลิต
  • พื้นที่ปลูกต้องอยู่ในเขตทุ่งกุลาร้องไห้ ใน 5 จังหวัด ได้แก่ อำเภอเกษตรวิสัย สุวรรณภูมิประทุมรัตต์ โพนทราย และอำเภอหนองฮี จังหวัดร้อยเอ็ด อำเภอท่าตูม อำเภอชุมพลบุรี จังหวัดสุรินทร์ อำเภอราษีไศล และอำเภอศิลาลาด จังหวัดศรีสะเกษ อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม และอำเภอมหาชัยชนะ อำเภอค้อวัง จังหวัดยโสธร 
ความสัมพันธ์ระหว่างสินค้ากับแหล่งภูมิศาสตร์
               ทุ่งกุลาร้องไห้ เป็นทุ่งใหญ่ของภาคอีสาน มีพื้นที่อยู่ในเขต 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดมหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร ศรีสะเกษ และ จังหวัดสุรินทร์ จำนวนพื้นที่ทั้งสิ้น 2,107,690 ไร่ เดิมมีชื่อว่า ทุ่งหมาหลง หรือ ทุ่งปู่หลาน ที่ได้ชื่อ “ทุ่งกุลาร้องไห้” นั้นมีตำนานกล่าวว่า มีพ่อค้าชาวกุลาเดินเร่ขายสินค้าผ่านเข้ามาในทุ่งกว้างแห่งนี้จนเมื่อล้ายังไม่พ้นทุ่งกว้างแห่งนี้สักที ทุ่งนี้จึงมีชื่อว่า “ทุ่งกุลาร้องไห้”
               พื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้เป็นแอ่งขนาดใหญ่ เป็นดินร่วมปนทราย ในดินมีโซเดียมและซิลิก้ามีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ ลักษณะสภาพภูมิประเทศมีความเค็มในดิน ความแห้งแล้งของพื้นที่ สภาพอากาศธาตุ อาหารในดิน ส่งผลให้เกิดความเครียดและหลั่งสารหอม 2AP ทำให้ข้าวหอมมะลิในแหล่งนี้หอมมากกว่าข้าวหอมมะลิแห่งอื่นๆ

วันอังคารที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2563

ข้าวไรซ์เบอรี่ (ไรซ์เบอร์รี่) คืออะไร?

ข้าวไรซ์เบอรี่ (ไรซ์เบอร์รี่) คืออะไร?

ข้าวไรซ์เบอรี่ (Riceberry) เป็นข้าวที่เกิดขึ้นใหม่ จากการผสมข้ามพันธุ์ระหว่างข้าวเจ้าหอมนิล และข้าวขาวดอกมะลิ 105 มีลักษณะเป็นข้าวเจ้าสีม่วงเข้ม ซึ่งสีม่วงเข้มที่พบในข้าวไรซ์เบอรี่ (Riceberry) เกิดขึ้นตามธรรมชาติมีส่วนประกอบเป็นสารแอนโทไซยานิน ซึ่งก็คือรงค์วัตถุหรือสารสี ที่สามารถละลายน้ำได้ดี และจัดอยู่ในกลุ่มของฟลาโวนอยด์หรือสารต้านอนุมูลอิสระ ที่มีประสิทธิภาพสูง นอกจากนี้ข้าวไรซ์เบอรี่ (Riceberry) ยังมีเมล็ดเรียวยาว ผิวมันวาว มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ แถมยังมีรสชาติหวาน กลมกล่อมชวนรับประทาน สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี โดยมีอายุเก็บเกี่ยวประมาณ 130 วัน นอกจากนี้รำข้าวและน้ำมันรำข้าวจากข้าวไรซ์เบอรี่ (Riceberry) ยังมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระที่ดี ซึ่งทางการแพทย์นิยมนำไปใช้ทำผลิตภัณฑ์อาหารโภชนาบำบัดด้วย
ข้าวหอมนิลมีชื่อเรียกหลากหลายชื่อด้วยกันได้แก่ ข้าวหอมนิล ข้าวสีนิล และข้าวก่ำ เป็นต้น โดยเป็นข้าวสายพันธุ์เดียวกับข้าวกล้อง ซึ่งได้รับการปรับปรุงสายพันธุ์มาจากข้าวเหนียวดำต้นเตี้ยของประเทศจีน โดยข้าวหอมนิลนั้นมีปริมาณโปรตีนและธาตุเหล็กสูงเป็นอย่างมาก
ข้าวหอมมะลิ 105 หรือข้าวขาวดอกมะลิ 105
มีลักษณะเด่นเป็นพิเศษคือ เมล็ดข้าวสารยาวเรียวสีขาวสวยมีกลิ่นหอมเหมือนใบเตย เมื่อนำมาหุงยังคงมีกลิ่นหอมและอ่อนนิ่ม มีรสชาติดี
สารอาหารในข้าวไรซ์เบอร์รี่ มีอะไรบ้าง?
  • โอเมก้า  3 สำคัญต่อโครงสร้างและการทำงานของสมอง ตับและระบบประสาท ทั้งยังลดระดับคอเลสเตอรอล
  • ธาตุสังกะสี   สังเคราะห์โปรตีน สร้างคอลลาเจน รักษาสิว ป้องกันผมร่วง และกระตุ้นรากผม
  • ธาตุเหล็ก สร้างและจ่ายพลังงานในร่างกาย เป็นส่วนประกอบที่สำคัญของฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง และเป็นส่วนประกอบของเอนไซม์ซึ่งเกี่ยวข้องกับการใช้ออกซิเจนในร่างกายและสมอง
  • วิตามินอี ชะลอความแก่ บำรุงผิวพรรณ ลดอัตราเสี่ยงของโรคที่เกี่ยวกับหลอดเลือดสมองและหัวใจ ทำให้ปอดทำงานดีขึ้น
  • วิตามินบี จำเป็นต่อการทำงานของสมอง ระบบประสาท ระบบย่อยอาหาร ป้องกันโรคเหน็บชา
  • เบต้าแคโรทีน ชะลอความแก่ ลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง บำรุงสายตา
  • ลูทีน ป้องกันจอประสาทตาเสื่อม บำรุงการไหลเวียนของเลือดในเส้นเลือดฝอยที่หล่อเลี้ยงตา
  • โพลิฟีนอล ทำลายฤทธิ์ของอนุมูลอิสระ ป้องกันการเกิดโรคมะเร็งได้
  • แทนนิน แก้ท้องร่วง แก้บิด ช่วยสมานแผล
  • แกมมาโอไรซานอล  ลดระดับคอเรสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ในหลอดเลือด ทำให้เลือดหมุนเวียนไปเลี้ยงอวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกายได้อย่างเป็นปกติ ลดอัตราเสี่ยงของโรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง สมองเสื่อม
  • กากใยอาหาร ช่วยลดระดับไขมันและคอเลสเตอรอล ป้องกันโรคหัวใจ ช่วยควบคุมน้ำหนัก และช่วยระบบขับถ่าย

9 คุณประโยชน์ ของข้าวไรซ์เบอร์รี่


9 คุณประโยชน์ ของข้าวไรซ์เบอร์รี่

1. ช่วยควบคุมน้ำหนัก

ข้าวไรซ์เบอร์รี่มีสารแกมมาโอไรซานอล ช่วยควบคุมระดับน้ำตาล ลดคอเลสเตอรอล เนื่องจากนิยมทานข้าวไรซ์เบอร์รี่แบบเป็นข้าวกล้อง (กะเทาะเปลือกออกโดยไม่ขัดสี) นั่นแปลว่า เป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ เมื่อกินเข้าไปแล้วร่างกายจะย่อยเป็นน้ำตาลได้ช้า จึงทำให้อิ่มนาน ไม่หิวเร็ว ลดการกินจุบจิบได้

2. มีไฟเบอร์สูง

ข้าวไรซ์เบอร์รี่มีใยอาหารสูงจากเปลือกหุ้มเมล็ดข้าว นอกจากทำให้อิ่มนานขึ้นแล้ว ยังช่วยให้ระบบขับถ่ายของสาวๆ ดีขึ้นด้วย ใครที่ท้องผูกเป็นประจำ แค่กินข้าวไรซ์เบอร์รี่ ก็จะช่วยให้ขัดลำไส้ได้ดี ระบบขับถ่ายดีขึ้นจนเห็นได้ชัด






3. หน้าท้องแบนราบ

พอเรามีระบบขับถ่ายที่ดีขึ้น ขับถ่ายเป็นเวลามากขึ้น ก็จะช่วยให้ไม่มีของเสียหรืออุจจาระตกค้างในลำไส้ มีส่วนช่วยให้สาวๆ หน้าท้องแบนราบกว่าที่เคย 

4. ดีท็อกซ์ของเสีย

อย่างที่บอกไปว่าข้าวชนิดนี้มีไฟเบอร์สูง จึงช่วยให้ขับถ่ายดี และยังเป็นการดีท็อกซ์ของเสีย เคลียร์สารพิษออกจากร่างกายได้ด้วย เนื่องจากไฟเบอร์ที่เราได้รับจากข้าว จะกลายเป็นแหล่งอาหารของแบคทีเรียชนิดดีในลำไส้ ซึ่งพอแบคทีเรียเหล่านี้แข็งแรงก็จะช่วยให้การทำงานในระบบลำไส้ดีขึ้นไปด้วย

5. มีวิตามินอีสูง

เนื่องจากข้าวไรซ์เบอร์รี่มีวิตามินอีและสังกะสี จึงช่วยคืนความอ่อนเยาว์ให้สาววัย 30 กลับมาหน้าเด็กอีกครั้ง ช่วยสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวเด้งเต่งตึง ช่วยลดริ้วรอยได้อย่างเห็นผล 






6. โฟเลตสูง

สำหรับผู้หญิงวัย 30 ขึ้นไปที่กำลังจะเป็นคุณแม่ ช่วงที่ตั้งครรภ์นี้ควรหันมากินข้าวไรซ์เบอร์รี่บ่อยๆ เพราะมีสารโฟเลตสูง ช่วยลดความเสี่ยงปากแหว่งเพดานโหว่ของลูกน้อย และป้องกันครรภ์เป็นพิษ
มีส่วนช่วยสร้าง DNA (สารตั้งต้นการสร้างเซลล์ต่างๆ) ของลูกในครรภ์ได้ดี

7. สารสีม่วง ชะลอความแก่

สังเกตได้ว่าข้าวไรซ์เบอร์รี่มีสีม่วงเข้ม ซึ่งเป็นรงควัตถุสีม่วงเข้มที่พบในข้าวไรซ์เบอร์รี่ เกิดขึ้นตามธรรมชาติ มันคือสาร "แอนโทไซยานิน" (Anthocyanin) สามารถละลายน้ำได้ดี และจัดอยู่ในกลุ่มของฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) หรือสาร "ต้านอนุมูลอิสระ" ที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยซ่อมแซมเซลล์ผิวหมองคล้ำ ป้องกันแดด โดยมีการวิจัยระบุว่า สารต้านอนุมูลอิสระที่พบในข้าวไรซ์เบอร์รี่ มีสูงกว่าในผลไม้ทั่วไปและชาเขียวเกือบ 100 เท่า






8. ร่างกายแข็งแรง ไม่ป่วยบ่อย

เนื่องจากการรับประทานข้าวไรซ์เบอร์รี่เป็นประจำ ช่วยให้ของเสียต่างๆ ในร่างกายถูกขับออกมาได้หมดจด ขัดลำไส้ให้สะอาดและทำงานได้ดี ส่งผลต่อการดูดซึมวิตามินต่างๆ ได้ดีมากขึ้น พอเรารับวิตามินได้ดีขึ้น จะช่วยให้ผิวพรรณสดใส มีน้ำมีนวล เปล่งปลั่ง และระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายก็ดีขึ้นด้วย จึงทำให้ร่างกายแข็งแรง ไม่ป่วยง่าย

9. บำรุงเม็ดเลือด ป้องกันโลหิตจาง

ข้าวไรซ์เบอร์รี่มีสารช่วยบำรุงให้หัวใจแข็งแรง ช่วยฟื้นฟูเซลล์และกระตุ้นการผลิตเซลล์ใหม่ในร่างกาย มีสารอาหารจำเป็นสำหรับการสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง ป้องกันการเป็นโรคโลหิตจาง ป้องกันมะเร็งบางชนิด และลดภาวะซึมเศร้าได้อีกด้วย

ข้าวไรซ์เบอร์รี่เหมาะสมกับใคร


ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ

ข้าวไรซ์เบอร์รี่เหมาะกับใคร?

      ข้าวไรซ์เบอรี่ เหมาะกับคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะคนรักสุขภาพ เพราะถือได้ว่าเป็นข้าวที่มีสารอาหารและคุณประโยชน์สูง โดยจำแนกออกเป็นกลุ่มต่างๆ ได้ดังนี้ผู้สูงวัย ควรได้รับประทานอาหารที่ดีและมีประโยชน์ ซึ่ง ข้าวไรซ์เบอรี่ มีสารอาหารที่ช่วยบำรุงร่างกาย เสริมสร้างประสิทธิภาพในการไหลเวียนของเลือด ชะลอความแก่ บำรุงสายตาและระบบประสาทผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคอ้วน ที่สามารถเปลี่ยนมารับประทานข้าวไรซ์เบอรี่ที่มีคุณสมบัติช่วยควบคุมน้ำตาลและน้ำหนักได้ เนื่องจากในข้าวสายพันธุ์นี้มีดัชนีน้ำตาลที่ต่ำกว่าข้าวทั่วไปสตรีมีครรภ์ ข้าวสายพันธุ์นี้จะช่วยให้บุตรในครรภ์มีสุขภาพแข็งแรง สามารถป้องกันโรคปากแหว่งเพดานโหว่ได้ เพราะในข้าวไรซ์เบอรี่มีสารโฟเลต อีกทั้งยังมีน้ำตาลต่ำ ช่วยให้มารดาควบคุมน้ำหนักไม่ให้ครรภ์เป็นพิษ นอกจากนี้ยังมีธาตุเหล็กสูงซึ่งในหญิงมีครรภ์จะมีความต้องการแร่ธาตุชนิดนี้มากกว่าคนปกติผู้ที่เป็นโรคโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก หากรับประทานข้าวไรซ์เบอรี่เป็นประจำ จะช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหาร โดยเฉพาะธาตุเหล็ก ช่วยในการบำรุงโลหิตและบำรุงร่างกายให้แข็งแรง

ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้

ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ ลักษณะเด่น ข้าวเปลือกมีสีฟาง เมล็ดข้าวยาว เรียว และเมล็ดข้าวไม่มีหางข้าว เมล็ดข้าวที่ผ่านการสีแล้ว จะ...